<<>> การแข่งขันรีแมตช์ที่ทุกคนรอคอยระหว่างทายาทตำนานมวยของแดนผู้ดีอังกฤษ คอเนอร์ เบนน์ กับ คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ ครั้งที่ 2 ที่สนามท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดียม จบลงด้วยชัยชนะที่เด็ดขาดของเบนน์ ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการตีเสมอซีรีส์ 1-1 แต่ยังเป็นการ ทำลายล้าง ฟอร์มของคู่ปรับอย่างแทบไม่เหลือสภาพ

คอเนอร์ เบนน์ สามารถเอาชนะ คริส ยูแบงก์ จูเนียร์ ด้วยคะแนนเอกฉันท์ (Unanimous Decision) 118-108/117-109/116-110

 

 

สำหรับเกมบนเวที เบนน์ดุดันตั้งแต่เสียงระฆังดังในยกแรก และแสดงความเฉียบคม รวดเร็ว กระหายที่จะต่อสู้เหนืออย่างเห็นได้ชัด และดูจะควบคุมเกมแทบทุกวินาทีอย่างแม่นยำ

ผู้สังเกตการณ์หลายคนเห็นว่า ยูแบงก์ จูเนียร์ ดูเหมือนเป็นนักชกที่ “แบกน้ำหนัก” (over-trained) จากปฏิกิริยาที่ดูเฉื่อยชา ลังเล จึงถูกเบนน์ใช้ หมัดจิ้มแบบรื่นราบ ทำลายจังหวะการชกตลอดเวลา

โดยเฉพาะในยก 5 ถึง 8 ยูแบงก์ จู ไม่สามารถหาช่วงจังหวะในการโต้กลับได้เลย ทำให้ช่องว่างของคะแนนทิ้งห่างอย่างแทบเอาชนะไม่ได้

 

 

ยกที่ 12: เบนน์เปลี่ยนจากการควบคุมเป็นการลงมือปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยหมัดหนัก ๆ กระแทกเข้าที่กรามของยูแบงก์ จูเนียร์ ทำให้ยูแบงก์ จูเนียร์ ล้มลงนับแรก แม้จะลุกขึ้นมาด้วยอาการขาที่สั่นเทา แต่เบนน์ก็ตามมาอย่างไม่ลดละ ทำให้ยูแบงก์ จูเนียร์ ล้มลงอีกเป็นครั้งที่2 ก่อนที่เสียงระฆังสุดท้ายจะดังขึ้น ช่วยให้เขารอดจากการถูกน็อกไปได้อย่างหวุดหวิด

ชัยชนะของเบนน์เป็นการประกาศถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจนและเด็ดขาดของ คอเนอร์ เบนน์

นักวิจารณ์ชี้ว่า แม้ว่าโฆษณาชวนเชื่อจะนำไปสู่การชกไตรภาค (Trilogy) ครั้งที่3 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในทางกีฬาแล้วมันไม่จำเป็นเลย เนื่องจากเบนน์ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามีความเด็ดขาดและชัดเจนมากในไฟต์นี้  โดยแฟน ๆ ต่างเรียกร้องให้เขามุ่งหน้าไปหา คู่ชกระดับโลกที่แท้จริง ต่อไป

 

 

ยูแบงก์ จูเนียร์: การแสดงของเขาเป็นการยืนยันว่าเขาเป็นเพียง “นักชกที่ธรรมดาๆ” ที่มีสไตล์เชื่องช้า ลังเล และล้มเหลวในเชิงกลยุทธ์ การแสดงนี้จึงถูกเรียกว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไม่น่าจดจำ” (Unmemorable performance) สะใจ สะใจ..