<<>> “เดอะ สลิกมาสเตอร์” คริส เบิร์ด (Chris Byrd) อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตสองสถาบัน (IBF และ WBO) ยอดมวยเทคนิคชาวอเมริกัน ได้สร้างเรื่องช็อกโลกด้วยการกลับมาสวมนวมขึ้นชกอาชีพอีกครั้งในวัยถึง 55 ปี หลังจากห่างหายจากสังเวียนผ้าใบไปนานถึง 17 ปีแต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ แกไม่ได้กลับมาชกในรุ่นยักษ์เหมือนเดิม
แต่แกดึงน้ำหนักตัวเองลงมามากกว่า 50 ปอนด์ (ราวๆ 22 กิโลกรัม) เพื่อลงมาชกใน “รุ่นมิดเดิลเวต” (160 ปอนด์) ทว่าปลายทางของความทะเยอทะยานครั้งนี้กลับจบลงแบบเจ็บปวด เมื่อแกถูกนักมวยรุ่นลูกน็อกเอาต์ราบคาบตั้งแต่ยังไม่สิ้นเสียงระฆังยกแรก

สังเวียนแซมเบียและฝันร้ายภายในเวลาไม่ถึง 3 นาทีไฟต์คัมแบ็กครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่ประเทศแซมเบีย โดยเบิร์ดข้ามโลกมาปะทะกับ แอนโทนี่ “ไวท์ ชูการ์” เวลช์ (Anthony Welch) นักชกเจ้าถิ่นที่อายุน้อยกว่าแกถึง 27 ปีภาพเหตุการณ์ในการชกสร้างความปวดใจให้แก่ผู้ที่ได้รับชมอย่างมาก
เปิดฉากมาได้ไม่ทันไร คริส เบิร์ด ก็โดนหมัดชุดของเวลช์ซัดร่วงลงไปกองให้กรรมการนับตั้งแต่ต้นยกแรก แม้แกจะพยายามลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยสัญชาตญาณอดีตแชมป์โลก แต่สภาพร่างกายในวัย 55 ปีมันไม่เอื้ออำนวยแล้ว แกทำได้เพียงยืนพิงเชือกการ์ดตก ปล่อยให้คู่ต่อสู้รุ่นลูกเดินหน้าถลุงหมัดเข้าใส่เป็นชุดโดยที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้หรือหลบหลีกได้เลย จนสุดท้ายกรรมการต้องรีบวิ่งเข้าขวางและสั่งยุติการแข่งขัน
เบื้อนหน้าสู่เบื้องหลังความทรมาน 11 ปี: จากเฮฟวี่เวตธรรมชาติสู่มิดเดิลเวต หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมอดีตแชมป์โลกเฮฟวี่เวตที่เคยคว่ำยักษ์ปักหลั่นอย่าง วิตาลี คลิทช์โก้, อีวานเดอร์ โฮลีฟิลด์ และ เดวิด ตูอา ถึงยอมลดน้ำหนักลงมาจนเหลือตัวเท่ามวยรุ่นกลางได้ขนาดนี้?
ซึ่งเรื่องนี้เบิร์ดเคยเปิดเผยเรื่องราวอันแสนขมขื่นไว้ว่า“ในอดีตไม่มีนักมวยคนไหนยอมชกกับผมในรุ่นมิดเดิลเวตเลยครับพี่ เพราะสไตล์ผมมันลื่นไหลชกยาก สุดท้ายผมเลยต้องยอมแบกน้ำหนักตัวขึ้นไปชกในรุ่นเฮฟวี่เวตเพื่อความอยู่รอด และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องจ่ายราคาแพงมาก ร่างกายผมพังยับเยินหลังจากเลิกชก

ผมป่วยเป็นโรคเส้นประสาทอักเสบรุนแรงและต้องทนทุกข์กับอาการปวดเรื้อรังมานานถึง 11 ปี ขาซ้ายของผมเจ็บปวดทรมานมากจนบางวันผมร้องไห้และอยากจะตัดขาทิ้งซะให้รู้แล้วรู้รอด”หลังจากหันมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจนร่างกายฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์และน้ำหนักลดลงมาเหลือราวๆ 163 ปอนด์ เบิร์ดเกิดความมั่นใจในตัวเองผิดๆ แกคิดว่าปฏิกิริยาสายตาและความแข็งแกร่งของแกกลับมาฟิตเปรี๊ยะเหมือนเดิม
จนเป็นเหตุให้ดื้อดึงที่จะกลับมาสานฝันในรุ่นมิดเดิลเวตที่แกอยากชกมาตลอดชีวิต แต่อดีตผู้จัดการและสื่อใหญ่อย่าง World Boxing News (WBN) ที่เคยเตือนไว้ว่า “การกลับมาไม่ควรเกิดขึ้น” ก็กลายเป็นความจริงอันโหดร้ายในที่สุด ตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย… รอยด่างพร้อยในสถิติที่ไม่มีวันลบเลือน..
คลิก..ขอกำลังใจ ให้เว็บ ได้อยู่ 1คลิก 1โคนา เมื่ออ่านจบ ครับ..
news Photo Credit :: www.worldboxingnews.com
*คลิก* ติดตามต่อกับพันธมิตรข่าวเว็บ boxingboy2021.blogspot.com














