<<>> ประเด็นร้อนแรงที่สุดในวงการมวยโลกเวลานี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของเจ้าของฉายา “มันนี่” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ (Floyd Mayweather Jr.) ยอดมวยไร้พ่ายชาวอเมริกันวัย 49 ปี เพราะล่าสุดฟลอยด์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแมนแฮตตัน เรียกค่าเสียหายสูงถึง 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราวๆ 6,000 กว่าล้านบาท) โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มอดีตที่ปรึกษาและคนสนิท

นำโดย โจนา เรชนิทซ์ (Jona Rechnitz) อดีตผู้จัดการพอร์ตลงทุน, อายาล ฟริสต์ (Ayal Frist) ซีอีโอของบริษัท Priest Apex Ventures (หรือ Frist Apex) และทนายความ อเล็กซานเดอร์ เซลิกสัน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์สินมานานหลายปี

 

                              Photo Credit :: The Kenyan DAILY POST

 

แต่ที่ทำให้ไฟต์นี้น่าสนใจกว่าเดิมคือ บรรดาสื่อต่างประเทศพากันขุดคุ้ยว่า การลุกขึ้นมาฟ้องร้องทางกฎหมายอย่างดุเดือดของฟลอยด์ในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะตัวเขาเองกำลังประสบปัญหา “วิกฤตทางการเงิน ” อย่างหนัก จนแทบไม่เหลือสภาพมหาเศรษฐีพันล้าน!

เปิดกลโกงในคำฟ้อง: ฟลอยด์อ้างว่าโดนสูบอะไรไปบ้าง?
ลีโอ เจคอบส์ (Leo Jacobs) ทนายความส่วนตัวของฟลอยด์ระบุว่า กำลังใช้การตรวจสอบบัญชีเชิงนิติวิทยาศาสตร์ (Forensic Accounting) เพื่อตามลากไส้ขบวนการนี้ โดยในคำฟ้องมีประเด็นหลักๆ ที่น่าตกใจดังนี้ครับพี่:

เงินลงทุนทิพย์ 7.5 ล้านดอลลาร์: เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2024 เรชนิทซ์หว่านล้อมให้ฟลอยด์โอนเงิน 7.5 ล้านดอลลาร์อ้างว่าจะไปลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว 12 เดือน แต่สุดท้ายไม่มีการลงทุนจริง และเงินต้นก็หายวับไปกับตา

แอบเอาเครื่องเพชร 100 ล้านไปจำนำ: ข้อนี้แสบสุดๆ ครับ ในคำฟ้องระบุว่า เรชนิทซ์แอบนำคอลเลกชันเครื่องประดับสุดหรูของฟลอยด์ ทั้งนาฬิกา Rolex, Jacob & Co. และสร้อยคอเพชร มูลค่ารวมเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ ไปค้ำประกันเงินกู้กับร้านเพชรในไมอามี แต่ได้เงินกลับมาแค่ 13 ล้านดอลลาร์ (ไม่ถึง 14% ของมูลค่าจริง) แถมฟลอยด์ไม่เคยเห็นเงินก้อนนี้เลย จนกระทั่งร้านเพชรส่งข้อความมาขู่ว่าจะยึดและระบายของเทขาย ฟลอยด์ถึงเพิ่งรู้ตัว!

 

 

สูบเงินรีไฟแนนซ์คฤหาสน์และขายเครื่องบินเจ็ต: มีการแอบโอนเงินหมุนเวียนจากการรีไฟแนนซ์คฤหาสน์หรูในลาสเวกัสมูลค่า 2.1 ล้านดอลลาร์เข้าบัญชีเครือข่ายของเรชนิทซ์ รวมถึงการขายเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Gulfstream G-IV ที่ฟลอยด์ถูกหลอกให้เซ็นเอกสารแบบเว้นช่องว่างชื่อผู้ซื้อไว้ สุดท้ายเครื่องบินหายไป เงินค่าขายก็ไม่ได้เข้าบัญชีของฟลอยด์เลยสักดอลลาร์

⚠️ 
แม้ว่าฟลอยด์จะเคยทำเงินได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ตลอดอาชีพการชกมวย แต่เอกสารทางกฎหมายและพฤติกรรมในช่วงหลังกลับฟ้องว่าสถานะทางการเงินของเขาเข้าขั้นวิกฤต

โดนสรรพากร (IRS) ไล่บี้: เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ฟลอยด์เพิ่งถูกกรมสรรพากรสหรัฐฯ สั่งยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่า 7.3 ล้านดอลลาร์ จากปัญหาค้างชำระภาษีระหว่างปี 2018 ถึง 2023

หนี้สินรุงรังรายทาง: ถูกฟ้องร้องฐานค้างชำระค่าบริการเช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวอีก 105,000 ดอลลาร์ และโดนฟ้องค้างค่าเช่าห้องชุดสุดหรู (Duplex) ที่โรงแรม Baccarat Hotel ในแมนแฮตตันอีก 338,000 ดอลลาร์ รวมถึงเพิ่งโดนศาลสั่งให้จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรย้อนหลังเกือบ 1 ล้านดอลลาร์ให้กับแดนเซอร์ในคลับของตัวเอง

 

                                      Photo Credit :: beinsports.com

 

โล๊ะทรัพย์สินประทังชีพ: สื่อบันเทิงและมวยต่างตั้งข้อสังเกตว่า พักหลังมานี้งานอีเวนต์ของฟลอยด์แทบไม่มีงบการตลาด แถมเจ้าตัวยังทยอยเทขายคฤหาสน์หรูหลายหลังและเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวออกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อดึงเงินสดกลับมาหมุนเวียน

แผนการคืนชีพ: ดึง “ปาเกียว” รีแมตช์กู้เงินในกระเป๋า

และนี่คือเหตุผลที่ตอบคำถามคอมวยทั่วโลกได้ดีที่สุดครับพี่ ว่าทำไม ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ในวัยเฉียด 50 ปี ถึงพยายามผลักดันและประกาศส่งสัญญาณอย่างหนักว่าต้องการเปิดศึก รีแมตช์กับ แมนนี่ ปาเกียว ยอดมวยคู่ปรับตลอดกาลชาวฟิลิปปินส์อีกครั้ง (ซึ่งล่าสุดมีข่าวลือหนาหูว่า ล็อกเป้าหมายไว้ในวันที่ 25 กันยายนนี้ ที่ลาสเวกัส)

เพราะในเวลานี้ ไม่มี “Super Fight” หรือนิทรรศการมวยโลกครั้งไหนที่จะสามารถทำเงินเข้ากระเป๋าให้ฟลอยด์ได้รวดเร็วและมหาศาลหลักหลายสิบล้านดอลลาร์ได้เท่ากับการกลับมาเจอคู่ปรับเก่ารายนี้อีกแล้ว…..

 

           คลิก..ขอกำลังใจ ให้เว็บ ได้อยู่  1คลิก 1โคนา เมื่ออ่านจบ ครับ..

 news  Photo Credit :: philboxing.com

*คลิก* ติดตามต่อกับพันธมิตรข่าวเว็บ boxingboy2021.blogspot.com