<<>> โอ้โหพี่! ข่าวนี้ถือ อมยิ้ม เห็นถึงความจริงใจและน่ารักของ “พยัคฆ์หน้าขรึม” วีระพล นครหลวงโปรโมชั่น (หรือ วีระพล สหพรหม ในตอนนั้น) จริงๆ ยอดมวยไทยผู้ครองแชมป์ราชดำเนินถึง 3 รุ่น และเป็นตำนานแชมป์โลกแบนตัมเวตผู้ยิ่งใหญ่ ยอมรับสารภาพตรงๆ แบบไม่มีฟอร์มเลยว่า “ยอมถอนชกเพราะกลัวเสียมวย”

งานนี้ต้องย้อนรอยถอนหลังไปผเมื่อ30ปีที่แล้วมา ในยุคทองของมวยไทยช่วงปี 2530-2540 วีระพล สไตล์ที่โคตรพีค มวยหมัดหนัก เตะขาเจาะยาง ดุดัน เดินบดไม่มีหมด ส่วนอีกหนึ่งคือมวยอัจฉริยะประเภท “สายตาคอมพิวเตอร์” ไอคิวมวยอภิมหาสูง หลบหลีกพริ้วไหวจนคู่ต่อสู้ชกไม่ถูก
วีระพลเล่าว่าขนาดไปยืนถ่ายรูปโปรโมตคู่กันเรียบร้อยแล้ว พอกลับมาคิดทบทวนในแคมป์ซ้อมก็รู้ทันทีว่า “ทรงมวยแบบนี้ ต่อยไปก็เสียมวย” เพราะไล่ไม่จนและชกไม่โดนแน่ๆ สุดท้ายเลยใช้วิทยายุทธ์ “โทรไปบอกว่าไม่สบาย” ขอถอนชกทั้งสองครั้ง

Photo Credit :: มวยดัง ในอดีต v.2
การยอมรับแบบตรงไปตรงมาของวีระพลในรายการของ หนุ่ยไดโน มวยไทยคลาสสิค ไม่ใช่เพราะความขลาดกลัวในพละกำลัง แต่เป็นการยอมรับใน “อัจฉริยภาพ” ทางมวยของเขาอย่างสูงสุด ซึ่งหลังจากนั้นคู่ชกตนนี้ของวีระพล ก็ไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกประวัติศาสตร์ในปี 1996 อย่างยิ่งใหญ่
ใช่เลย เจาคนนั่นก็คือนักชกรุ่นน้องอัจฉริยะเจ้าของฉายา “ผมไม่ได้โม้” สมรักษ์ คำสิงห์ (พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ) นั่นเอง
แม้จะหนีสมรักษ์ แต่ถ้าพูดถึงมวยบุกบ้าดีเดือด วีระพลไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะมหากาพย์กับ “แก้วตาดวงใจ” แสนเมืองน้อย ลูกเจ้าพ่อมเหศักดิ์ (แซมซั่น อีสาน)

Photo Credit :: www.khaosod.co.th
ทั้งคู่ซัดกันไฟต์ประวัติศาสตร์ ผลัดกันแพ้ชนะจนวิกาลราชดำเนินสะเทือน และส่งให้วีระพลคว้ารางวัล นักมวยไทยยอดเยี่ยมของเวทีราชดำเนิน ปี 2536 ก่อนที่ทั้งคู่จะผันตัวไปเป็นแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในเส้นทางมวยสากลอาชีพในเวลาต่อมา จบข่าว..
คลิก..ขอกำลังใจ ให้เว็บ ได้อยู่ 1คลิก 1โคนา เมื่ออ่านจบ ครับ..
news Photo Credit :: www.sanook.com
*คลิก* ติดตามต่อกับพันธมิตรข่าวเว็บ boxingboy2021.blogspot.com














