<<>> การออกมาให้สัมภาษณ์ล่าสุดของ เจสซี “แบม” โรดริเกวซ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับการเปิดตัวในรุ่นแบนตัมเวต (118 ปอนด์) ของเขาเท่านั้น แต่มันคือการปักหมุดหมายสู่อภิมหาศึกแห่งทศวรรษที่แฟนมวยทั่วโลกถวิลหา นั่นคือการเผชิญหน้ากับ นาโอยะ “เดอะ มอนสเตอร์” อิโนอุเอะ ราชันไร้พ่ายจากแดนอาทิตย์อุทัย
“แบม” กับความมั่นใจที่เกินพิกัด การที่แบมประกาศว่า “พร้อมรับไฟต์อิโนอุเอะทันที” สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของนักชกยุคใหม่ที่ไม่กลัวความพ่ายแพ้ แต่โหยหาความยิ่งใหญ่

แบมมองข้ามช็อตจากการเป็นแชมป์โลก 3 รุ่น ไปสู่การเป็นนักชกที่เก่งที่สุดในโลกเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ (P4P) ซึ่งในปัจจุบันตำแหน่งนี้เป็นการเบียดกันระหว่าง โอเล็กซานเดอร์ อูซิก, เทอเรนซ์ ครอว์ฟอร์ด และ นาโอยะ อิโนอุเอะ
ในวัย 26 ปี แบมกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างเต็มที่ ร่างกายมีความสดและทักษะมวย ที่ถูกยกย่องว่า “อัจฉริยะ” การเจออิโนอุเอะในช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่เขามีโอกาสชนะสูงที่สุดก่อนที่ร่างกายจะกรำศึกหนักไปมากกว่านี้
ยุทธศาสตร์ “Double Duty”: ครอง 118 เพื่อล่า 122 แผนการของแบมมีความซับซ้อนและชาญฉลาด หรือไม่ ด่านแรก (14 มิถุนายน 2569): ต้องปราบ อันโตนิโอ วาร์กัส เพื่อคว้าเข็มขัดแชมป์โลก 118 ปอนด์มาครองให้ได้ ซึ่งจะเป็นตั๋วใบสำคัญในการเจรจาข้ามรุ่น

การไปท้าชิงกับอิโนอุเอะในฐานะ “แชมป์โลก 118 ปอนด์” จะมีมูลค่าทางการค้าสูงกว่าการเป็นเพียงผู้ท้าชิงทั่วไปมหาศาล มันคือการเจอกันของ “แชมป์ปะทะแชมป์” และหากไฟต์นี้เกิดขึ้นจริง คาดว่าจะชกกันในพิกัด 122 ปอนด์ (ซูเปอร์แบนตัมเวต) ซึ่งแบมต้องขยับขึ้นไปอีกรุ่นเพื่อท้าชิงเข็มขัด 4 สถาบันจากอิโนอุเอะ
ตัวแปรสำคัญ: จุนโต นากาทานิ และการตัดสินใจของอิโนอุเอะ เส้นทางนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแบมเพียงคนเดียว แต่มีตัวแปรสำคัญคือ ศึกสายเลือดญี่ปุ่น (2 พฤษภาคม 2569): หากอิโนอุเอะสามารถผ่าน จุนโต นากาทานิ ยอดมวยฝีมือดีไปได้ เป้าหมายต่อไปของเขาจะเหลือเพียงไม่กี่คน ซึ่ง “แบม โรดริเกวซ” คือชื่อที่เย้ายวนที่สุดในแง่ของเกียรติยศ

การที่แบมพร้อมไปชกถึงญี่ปุ่นแสดงถึงความใจถึง ซึ่งโปรโมเตอร์อย่าง Matchroom (เอ็ดดี้ เฮิร์น) และ Oh橋 (ฮิเดยูกิ โอฮาชิ) ย่อมมองเห็นเม็ดเงินมหาศาลจากการจัดที่โตเกียวโดม หรือแม้แต่ในสนามขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ มาลุ้นกัน..
คลิก..ขอกำลังใจ ให้เว็บ ได้อยู่ 1คลิก 1โคนา เมื่ออ่านจบ ครับ..
news Photo Cre dit :: www.boxingnews24.com
*คลิก* ติดตามต่อกับพันธมิตรข่าวเว็บ boxingboy2021.blogspot.com














