<<>> 7 สัปดาห์ แห่งความเศร้า 7 สัปดาห์แห่งความปวดร้าว ของแฟนมวยและวงมวยบูชิโด ที่ต้องสูญเสียนักชกของพวกเขาไปถึง3คนในช่วงเวลาที่ไกล้เคลียงกัน 1ในคู่ที่ถูกดราม่าสุด ไม่พ้น คิโนะชิตะ-ฮาตะ เมื่อเขาโดนหนักกว่าที่คิด วันนี้ เราตามติดชีวิตเขา ฟ้าหลังฝน..
ยามาโตะ ฮาตะ นักชกชาวญี่ปุ่น ที่ได้รับบาดเจ็บหนักจากการชกในรายการที่โตเกียว ได้กลับมาปรากฏตัวบนโซเชียลมีเดียอีกครั้งในรอบ 7 สัปดาห์ หลังจากที่เขาต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมเมื่อ ชิเงโทชิ โคทาริ คู่ต่อสู้ของเขาเสียชีวิตหลังจากการชกเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา
ได้โพสต์ภาพตัวเองขณะกำลังฝึกซ้อมและวิ่ง ทำให้แฟน ๆ ที่เคยแสดงความกังวลถึงอาการของเขาต่างรู้สึกโล่งใจอย่างมาก “ดีใจมากที่ได้เจอคุณยามาโตะ!” แฟนคนหนึ่งแสดงความเห็น

aebox.org.. ฺฮาตะ-ชิเงโทชิ โคทาริ
จากความกลัวสู่ความโล่งใจ
การกลับมาของ ฮาตะ สร้างความโล่งใจให้กับแฟนๆ และคนในวงการมวย หลังจากที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของเขา โดยก่อนหน้านี้มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนหนึ่งโพสต์ข้อความ “RIP” บนหน้าอินสตาแกรมของเขา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเขาเสียชีวิต แล้ว
ในโพสต์ล่าสุด ฮาตะ ได้ลงภาพตัวเองขณะฝึกซ้อมและวิ่งออกกำลังกาย พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ซึ่งทำให้แฟนๆ ที่ติดตามต่างเข้ามาแสดงความยินดีและให้กำลังใจอย่างล้นหลาม โดยมีผู้ใช้คนหนึ่งแสดงความเห็นว่า “ดีใจมากที่ได้เจอคุณยามาโตะ!” และอีกคนหนึ่งเสริมว่า “ฉันดีใจมากที่ได้เห็นรอยยิ้มของยามาโตะ”
วิกฤตความปลอดภัยในวงการมวยญี่ปุ่น
แม้ว่า ฮาตะ จะปลอดภัยแล้ว แต่เหตุการณ์ที่ถูกเรียกว่า “โศกนาฏกรรมโคราคุเอ็นฮอลล์” ซึ่งมีนักชกเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสอีกหลายคน ต่างเรียกร้องให้คณะกรรมการมวยสากลแห่งญี่ปุ่น (JBC) แสดงเพาเวอร์ให้ได้มากกว่านี้ ซึ่งนำไปสู่การลดจำนวนยกในการชกชิงแชมป์ OPBF จาก 12 ยกเหลือ 10 ยก

Credit: Naoki Fukuda
นักวิจารณ์หลายคนยังคงเรียกร้องให้มีการใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การตรวจระบบประสาท การติดตามอาการหลังการชก และการกำหนดระยะเวลาพักการแข่งขันที่นานขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำอีกในอนาคต..
เออ.. การตื่นตัวขององค์กรที่เกี่ยวข้องถือว่าพวกเขารับผิดชอบซึ่งกันและกัน เพราะต้องยอมรับว่า นักสู้นักชกยุ่น ยุคสมัยนี้ มักจะชกแบบสไตล์ บ้าพลัง กันมากขึ้น จึงมักจะมี โศกนาฏกรรมบนเวทีมากขึ้น ดีครับ ดีเลบ
News Photo Credit ::www.worldboxingnews.com
YouTube Ch. KOM THAIREC
*คลิก* ติดตามต่อกับพันธมิตรข่าวเว็บboxingboy2021.blogspot.com














